แด่..คุณย่าจันทร์
"พฤษภกาสร อีกกุญชรอันปลดปลง
โททนต์เสน่งคง สำคัญหมายในกายมี
นรชาติวางวาย มลายสิ้นทั้งอินทรีย์
สถิตทั่วแต่ชั่วดี ประดับไว้ในโลกา”
//จากลูกหลานทุกคน
"ชีวิตของเราเป็นของไม่เที่ยง
ความตายของเราเป็นของเที่ยง
ควรที่จะสังเวช...ร่างกายนี้
มิได้ตั้งอยู่นาน ครั้นปราศจาก
วิญญาณ อันเขาทิ้งเสียแล้ว
จักนอนทับซึ่งแผ่นดิน ประดุจดังว่า
ท่อนไม้และท่อนฟืน หาประโยชน์มิได้"
//วัดป่าสุคะโต ธรรมชาติที่พักใจ
"ฝากไว้แต่ความทรงจำ
ความดี ความงามที่ได้สั่งสอนลูกหลาน
ให้นำไปเป็นวิถีชีวิต....จะคงอยู่ตลอดกาล......
ประวัติคุณย่าอั้ว...ประวัติโดยสังเขป
ชาติกำเนิด
คุณย่าอั้ว แก้วสารภู…สกุลเดิม คือ สมบัติหอม….. เกิดเมื่อปีพุทธศักราช
๒๔๘๗ ที่บ้านโคกพระ ต.วังไม้แดง (ขึ้นอยู่กับ ต.โนนเพ็ด ในช่วงเวลานั้น)
อำเภอประทาย จังหวัดนครราชสีมา และได้ย้ายภูมิลำเนาตามบิดามารดา
มาตั้งรกรากอยู่ที่บ้านโนนภิบาล หมู่ที่ ๘ ตำบลวังไม้แดง อ.ประทาย
เมื่อปีพุทธศักราช ๒๔๙๘ คุณย่าอั้ว แก้วสารภู
เป็นบุตรของคุณพ่อจารย์ครูอ้วน สมบัติหอม……. กับคุณแม่ใหญ่เก้ง
สมบัติหอม มีพี่น้องร่วมบิดามารดา ๔ คน ดังนี้
1. คุณพ่อสีดา สมบัติหอม ประกอบอาชีพเกษตรกรรม และมีครอบครัวอยู่ที่บ้านหนองบัวนาค
ต.โนนเพ็ด อ.ประทาย จ. นครราชสีมา ยังมีชีวิตอยู่ ปัจจุบันอายุ ๘๒ ปี
2. คุณย่าคำ คำสีหา สมรสกับคุณปู่สีลา คำสีหา ประกอบอาชีพเกษตรกรรม
มีครอบครัวอยู่ที่บ้านโนนภิบาล ต.วังไม้แดง อ.ประทาย จ. นครราชสีมา
ยังมีชีวิตอยู่ ปัจจุบันอายุ ๗๙ ปี
3. คุณย่าเงิน สีทา
สมรสกับคุณปู่ทอง สีทา ประกอบอาชีพเกษตรกรรม
มีครอบครัวอยู่ที่บ้านโนนภิบาล ต.วังไม้แดง อ.ประทาย จ. นครราชสีมา
ยังมีชีวิตอยู่ ปัจจุบันอายุ ๗๗ ปี
4. คุณย่าอั้ว แก้วสารภู ผู้วายชนม์
การศึกษา
คุณย่าอั้ว แก้วสารภู เข้าเรียนที่โรงเรียนวัดบ้านโคกพระ ต.วังไม้แดง
อ.ประทาย จ. นครราชสีมา ในชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑- ๓
หลังจากนั้นได้ย้ายตามบิดา มารดา
มาตั้งถิ่นฐานใหม่ที่บ้านโนนภิบาลและได้เรียนต่อจนจบหลักสูตรชั้นประถมศึกษา
ปีที่ ๔ ณ โรงเรียนบ้านโนนภิบาล ต.วังไม้แดง อ.ประทาย จ. นครราชสีมา
คุณย่าอั้วเป็นคนที่เรียนเก่ง แต่ไม่มีโอกาสได้เรียนต่อ
เพราะในห้วงเวลานั้นการศึกษายังเข้าไม่ถึงประชาชน จึงต้องออกมาช่วยพี่น้อง
บิดา มารดา ในการประกอบอาชีพเกษตรกรรมทำไร่ทำนา
ชีวิตการครองเรือน
เมื่อปี พุทธศักราช ๒๕๑๒ คุณย่าอั้ว แก้วสารภู
ได้แต่งงานกับคุณปู่เหง่า แก้วสารภู ชาวบ้านบ้านโคกกลาง ต.วังไม้แดง
อ.ประทาย จ. นครราชสีมา และได้ช่วยกันประกอบอาชีพเกษตรกรรม ทำไร่ ทำนา
มีบุตร-ธิดาด้วยกัน 1 คน คือ นางวันทา แก้วสารภู สมรสกับ นายอุดม
ไชยปัญหา ปัจจุบันประกอบอาชีพเกษตรกรรม ณ ภูมิลำเนา
อุปนิสัย
คุณย่าอั้ว แก้วสารภู เป็นคนโอบอ้อมอารีย์ มีน้ำใจ
มีความขยันขันแข็งในการประกอบสัมมาอาชีพ
เป็นแบบอย่างแก่ลูกแก่หลานในด้านความเพียร ความขยัน
การประหยัดและชีวิตการครองเรือน
ให้ความรักและเอาใจใสในการสั่งสอนลูกๆหลานๆทุกคน
และเป็นที่เคารพนับถือรักใคร่ของเพื่อนบ้านตลอดมา
วาระสุดท้าย
คุณย่าอั้ว แก้วสารภู ปกติแล้วเป็นคนมีสุขภาพแข็งแรง
สืบเนื่องจากการทำงานเกษตรกรรมอยู่กับท้องไร่ ท้องนา เสมือนได้ออกกำลังกาย
ส่งผลต่อสุขภาพกายและสุขภาพจิตที่ดี
ประกอบกับความสุขกับการได้เลี้ยงดูบุตรหลาน
ตลอดช่วงชีวิตแทบจะไม่ได้เข้ารักษาที่โรงพยาบาลบาลเลย มีเพียงเจ็บป่วยเล็กๆ
น้อยๆ
ซึ่งก็ได้รักษาที่สถานีอนามัยหรือโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพเพื่อรับยามา
บรรเทาอาการเจ็บป่วย เป็นครั้งครา
แต่ด้วยวัยชราที่สังขารร่วงโรยซึ่งเป็นปกติของมนุษย์เรา
คุณย่าเริ่มป่วยกระเสาะกระแสะถี่ขึ้นในปี พุทธศักราช ๒๕๕๖ -๒๕๕๗
จนกระทั่งในวันที่ ๒๑ มกราคม ๒๕๕๘ คุณย่าอั้ว มีอาการคั่นเนื้อ คั่นตัว
ปวดเมื่อยตามร่างกาย เหมือนจะเป็นไข้ ลูกๆ ได้พาคุณย่า
ไปโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลโคกสีเพื่อรับยาและอาการก็ทุเลาลงบ้าง
แต่พอตกค่ำในวันเดียวกันในเวลา ประมาณ ๒๑.๐๐ น.
คุณย่ามีอาการอาเจียนอย่างรุนแรง ตลอดจนหนาวสั่น มีไข้สูง ลูกๆ
จึงได้นำตัวส่งโรงพยาบาลประทาย และได้นอนพักรักษาตัวที่นั่น
จวบจนรุ่งเช้าวันที่ ๒๒ มกราคม ๒๕๕๘
อาการก็ยังไม่ทุเลาและคุณหมอได้ให้ความเอาใจใส่และวินิจฉัยโรคอย่างละเอียด
จึงได้พบว่า
คุณย่าติดเชื่อในกระแสเลือดส่งผลให้ปวดท้องและอาเจียนอย่างรุนแรง
และให้นอนรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลประทายต่อไป
จวบจนวันที่ ๒๖ มกราคม
๒๕๕๘ ด้วยความห่วงใยของลูกหลานที่มีต่อคุณย่า
และมีความประสงค์ที่จะรีบรักษาอาการอย่างดีที่สุด
จึงขออนุญาตนำคุณย่าเพื่อจะส่งตัวต่อไปรักษาที่ โรงพยาบาลเซนต์แมรี
จังหวัดนครราชสีมา
โดยนำคุณย่ากลับมาพักที่บ้านเพื่อรอหลานที่กำลังเดินทางจากกรุงเทพมหานคร
เพื่อมารับคุณย่าไปรักษาต่อ อนิจจา สังขารคนเราไม่เที่ยง
ในคืนแห่งความอาลัยและคืนสุดท้ายของคุณย่า ในเวลา ๐๔.๐๐ น. ของวันที่ ๒๗
มกราคม ๒๕๕๘ คุณย่าบอกว่าอยากทานข้าวและลูกๆ
ได้ให้ได้ลุกขึ้นทานข้าวและให้เรียกญาติ พี่น้องลูกหลาน มาสั่งเสียว่า
คุณย่าจะตาย ท่ามกลางเสียงร่ำไห้ของลูกหลาน
ลูกสาวบอกว่าให้รอหลานคนเล็ก........ที่กำลังเดินทางมาถึง แต่คุณย่าบอกว่า
ไม่เป็นไร คุณย่าจะตายแล้ว
และนี่ก็เป็นวาจาครั้งสุดท้ายและได้สิ้นลมอย่างสงบในอ้อมกอดของลูกๆ
และญาติมิตร ในเวลา ๐๕.๒๐ น.ของวันที่ ๒๗ มกราคม ๒๕๕๘ สิริอายุได้ ๗๑ ปี
ยังความเศร้าโศกเสียใจ
ให้เกิดกับลูกหลานและญาติมิตรพี่น้องทุกคนเป็นอย่างมาก
อกุศลกรรมใด
ที่เป็นกรรมไม่ดี ซึ่งคุณย่าอั้ว แก้วสารภู
ได้ล่วงเกินท่านทั้งหลายเมื่อครั้งยังมีชีวิตอยู่ ทั้งต่อหน้าและลับหลัง
ทั้งโดยเจตนาและไม่มีเจตนา
ขอท่านทั้งหลายได้โปรดอโหสิกรรมนั้นแก่คุณย่าอั้ว แก้วสารภู ด้วย เทอญ
กุศลกรรมใดที่เป็นคุณงามความดีของ คุณย่าอั้ว แก้วสารภู
ที่ได้ทำไว้เมื่อครั้งยังมีชีวิตอยู่ ขอได้โปรด มาเป็นพลัง
อำนวยผลดลบันดาล ส่งดวงวิญญาณคุณย่าอั้ว แก้วสารภู ไปสู่สุขคติ
ในสัมปรายภพด้วย…เทอญ
ขอเรียนเชิญทุกท่านยืนนั่งตามอัธยาศัย
ตั้งใจสงบนิ่ง 1 นาที เพื่อไว้อาลัยและส่งดวงวิญญาณคุณย่าอั้ว
แก้วสารภู ไปสู่สุคติในสัมปรายภพ

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น